ช่างท้องถิ่นภาคเหนือ ชำนาญชั้นดิน–ชั้นหินเฉพาะพื้นที่ ประสบการณ์ในพื้นที่กว่า 30 ปี · สำรวจหน้างานฟรี

ปั๊มซับเมอร์สเลือกขนาดยังไงให้เหมาะกับบ่อบาดาล

เผยแพร่ 21 ก.ค. 2569 · โดยช่างท้องถิ่นภาคเหนือ

ปั๊มซับเมอร์สคือหัวใจของบ่อบาดาล เลือกขนาดถูกน้ำก็แรงใช้ได้ยาว เลือกผิดปั๊มพังไวแถมน้ำไม่พอใช้ หลักง่าย ๆ คือดูจากความลึกระดับน้ำในบ่อ ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ต่อวัน และระยะทางที่ต้องส่งน้ำ สามอย่างนี้ตอบได้ ขนาดปั๊มก็ออกมาเอง บทความนี้ช่างเจาะบาดาลภาคเหนือจะเล่าให้ฟังแบบบ้าน ๆ ว่าดูยังไงทีละขั้น

ปั๊มซับเมอร์สคืออะไร ทำไมบ่อบาดาลต้องใช้

ปั๊มซับเมอร์ส (submersible pump) คือปั๊มน้ำบาดาลแบบจุ่ม ตัวปั๊มกับมอเตอร์เป็นแท่งทรงกระบอกยาว หย่อนลงไปแช่อยู่ใต้ระดับน้ำในบ่อ แล้วดันน้ำขึ้นมาตามท่อ ต่างจากปั๊มหอยโข่งที่ตั้งอยู่ปากบ่อแล้วดูดน้ำขึ้นมา ซึ่งดูดได้ลึกจำกัดแค่ไม่กี่เมตร

บ่อบาดาลในภาคเหนือส่วนใหญ่ ไม่ว่าเชียงใหม่ เชียงราย หรือพะเยา ระดับน้ำมักอยู่ลึกกว่าที่ปั๊มดูดทั่วไปจะเอาอยู่ โดยเฉพาะโซนที่ราบเชิงเขาหรือพื้นที่ชั้นหินแข็ง ยิ่งหน้าแล้งระดับน้ำยิ่งลดลงไปอีก ปั๊มซับเมอร์สจึงเป็นคำตอบมาตรฐานของบ่อบาดาล เพราะตัวปั๊มอยู่ใต้น้ำตลอด ดันน้ำขึ้นจากความลึกหลายสิบเมตรได้สบาย และเสียงเงียบเพราะทั้งตัวจมอยู่ในบ่อ

เลือกขนาดปั๊มบาดาลต้องดูอะไรบ้าง 4 ปัจจัยหลัก

การเลือกขนาดปั๊มบ่อบาดาลไม่ใช่แค่ดูแรงม้าอย่างเดียว ต้องดู 4 อย่างประกอบกัน

  • ระดับน้ำในบ่อ (ไม่ใช่ความลึกบ่อ) — บ่ออาจเจาะลึก 60 เมตร แต่ระดับน้ำตอนสูบจริงอาจอยู่ที่ 30 เมตร ตัวเลขที่ใช้คำนวณคือระดับน้ำขณะสูบ (ระดับน้ำจะยุบลงตอนปั๊มทำงาน) ช่างที่เจาะบ่อจะรู้ค่านี้จากการเป่าล้างบ่อและทดสอบปริมาณน้ำ
  • ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ต่อวัน — บ้านพักอาศัยทั่วไปใช้น้ำไม่กี่ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่สวนลำไย สวนส้ม หรือนาข้าวต้องการน้ำมากกว่าหลายเท่า ปริมาณการใช้เป็นตัวกำหนดอัตราการสูบ (คิว/ชั่วโมง) ที่ปั๊มต้องทำได้
  • แรงดันปลายทาง — น้ำขึ้นมาถึงปากบ่อแล้วต้องไปไหนต่อ ถ้าส่งขึ้นแท็งก์สูง หรือต่อเข้าระบบสปริงเกอร์ในสวน ต้องบวกแรงดันส่วนนี้เข้าไปด้วย
  • ระยะท่อส่งแนวราบ — บ่ออยู่ท้ายสวน บ้านอยู่หัวสวน ท่อยาวหลายร้อยเมตรก็กินแรงดันไปเรื่อย ๆ ยิ่งพื้นที่ลาดเชิงดอยแบบภาคเหนือ ถ้าต้องส่งน้ำขึ้นที่สูงต้องคิดระยะยกตรงนี้เพิ่มอีก

ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นค่าที่ช่างเรียกว่า เฮดรวม (Total Head) คือความสูงรวมทั้งหมดที่ปั๊มต้องดันน้ำไปให้ถึง เอาค่านี้ไปเทียบกับตารางสเปกปั๊มแต่ละรุ่น ก็จะได้ขนาดที่พอดี

บ้าน สวน หรือเกษตร ใช้ปั๊มน้ำบาดาลขนาดไหนดี

พูดแบบให้เห็นภาพง่าย ๆ ตามลักษณะการใช้งานที่เจอบ่อยในภาคเหนือ

ลักษณะการใช้งานแนวทางขนาดปั๊ม
บ้านพักอาศัย 1 หลังปั๊มขนาดเล็ก ประมาณ 0.5–1 แรงม้า อัตราสูบไม่ต้องสูง เน้นให้พอเติมแท็งก์ทัน
บ้านหลายหลัง / รีสอร์ตเล็กขยับขึ้นเป็น 1–2 แรงม้า ดูจำนวนจุดใช้น้ำพร้อมกันเป็นหลัก
สวนผลไม้ / แปลงผัก1.5–3 แรงม้าขึ้นไป ขึ้นกับพื้นที่รดน้ำและระบบน้ำที่ใช้ (สปริงเกอร์กินแรงดันกว่าน้ำหยด)
เกษตรแปลงใหญ่ / เลี้ยงสัตว์3 แรงม้าขึ้นไป ต้องคำนวณจากปริมาณน้ำต่อวันจริงจัง ควรให้ช่างประเมิน

ย้ำว่าตารางนี้เป็นแนวทางคร่าว ๆ เท่านั้น เพราะบ่อลึก 30 เมตรกับ 80 เมตร ใช้ปั๊มคนละเบอร์กันแม้ปริมาณน้ำที่ต้องการเท่ากัน ตัวเลขจริงต้องคิดจากเฮดรวมของหน้างานแต่ละที่ ซึ่งสภาพชั้นดินชั้นหินแต่ละอำเภอในเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ไม่เหมือนกันเลย บางโซนน้ำตื้นน้ำเยอะ บางโซนต้องเจาะทะลุชั้นหินแกรนิตลงไปลึก

เลือกปั๊มผิดขนาดจะเกิดอะไรขึ้น เล็กไปก็เสีย ใหญ่ไปก็พัง

หลายคนคิดว่าซื้อปั๊มใหญ่ไว้ก่อนปลอดภัยกว่า จริง ๆ แล้วผิดทั้งสองทาง

  • ปั๊มเล็กเกินไป — น้ำขึ้นมาอ่อน ไม่พอใช้ ปั๊มต้องทำงานยาวต่อเนื่องแทบไม่ได้พัก มอเตอร์ร้อนสะสม อายุการใช้งานสั้นลงมาก บางเคสน้ำขึ้นไม่ถึงแท็งก์เลยด้วยซ้ำเพราะเฮดไม่พอ
  • ปั๊มใหญ่เกินไป — อันนี้อันตรายกว่าที่คิด เพราะปั๊มสูบน้ำเร็วกว่าที่บ่อให้น้ำได้ ระดับน้ำในบ่อยุบลงจนปั๊มสูบอากาศหรือเดินตัวเปล่า (run dry) มอเตอร์ไหม้ได้ในเวลาไม่นาน แถมยังดึงตะกอนทรายจากชั้นน้ำขึ้นมามากผิดปกติ ทำให้น้ำขุ่นและใบพัดปั๊มสึกเร็ว ปัญหานี้เจอบ่อยช่วงหน้าแล้งภาคเหนือที่ระดับน้ำบาดาลลดต่ำกว่าปกติ
  • ค่าไฟบานโดยไม่จำเป็น — ปั๊มใหญ่กินไฟมากกว่า ถ้าใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพก็จ่ายค่าไฟทิ้งทุกเดือน

หลักที่ถูกคือ เลือกปั๊มให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่บ่อให้ได้จริง ซึ่งรู้ได้จากการทดสอบตอนเจาะบ่อเสร็จ นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรให้ช่างที่เจาะบ่อเป็นคนเลือกปั๊มให้ เพราะเขามีข้อมูลบ่อของเราอยู่ในมือครบ

ดูแลปั๊มซับเมอร์สยังไงให้ใช้ได้นาน

ปั๊มซับเมอร์สติดตั้งถูกวิธีจะใช้ได้ยาวหลายปี แต่ต้องดูแลพื้นฐานสักหน่อย

  • ติดตั้งระบบกันปั๊มเดินตัวเปล่า — เช่นสวิตช์ควบคุมระดับน้ำหรืออุปกรณ์ตัดไฟเมื่อน้ำแห้ง สำคัญมากสำหรับบ่อในภาคเหนือที่ระดับน้ำหน้าแล้งกับหน้าฝนต่างกันเยอะ
  • สังเกตน้ำที่ขึ้นมา — ถ้าน้ำเริ่มขุ่น มีทรายปน หรือแรงน้ำตกจากเดิม อย่าปล่อยไว้ นั่นคือสัญญาณเตือนว่ามีอะไรผิดปกติในบ่อหรือที่ตัวปั๊ม
  • เช็คระบบไฟ — แรงดันไฟตกบ่อย ๆ ทำมอเตอร์พังได้ พื้นที่ปลายสายไฟตามชนบทเชียงราย พะเยา ควรมีอุปกรณ์ป้องกันไฟตกไฟเกินติดไว้ที่ตู้ควบคุม
  • อย่าเปิด-ปิดถี่เกินไป — ตั้งระบบให้ปั๊มทำงานเป็นรอบยาว ๆ เติมแท็งก์แล้วพัก ดีกว่าเดิน ๆ หยุด ๆ ตลอดวัน
  • ให้ช่างเช็คตามรอบ — ดึงปั๊มขึ้นมาตรวจสภาพทุกสองสามปี หรือเมื่อมีอาการผิดปกติ อย่ารอให้พังคาบ่อเพราะค่าซ่อมแพงกว่าค่าดูแลเสมอ

อยากได้ปั๊มที่พอดีกับบ่อ ให้ช่างประเมินหน้างานดีที่สุด

สรุปสั้น ๆ การเลือกขนาดปั๊มซับเมอร์สคือการจับคู่ระหว่าง บ่อให้น้ำได้เท่าไหร่ กับ เราต้องใช้น้ำเท่าไหร่และส่งไปไกลแค่ไหน ตัวเลขพวกนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะแต่ละบ่อในเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา สภาพชั้นน้ำไม่เหมือนกันเลย

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเจาะบ่อบาดาลใหม่ ค่าเจาะพร้อมระบบโดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 40,000–120,000 บาทต่อบ่อ (อ้างอิงกรมทรัพยากรน้ำบาดาล) ขึ้นกับความลึก สภาพชั้นหิน และขนาดระบบที่ต้องการ ส่วนราคาที่แน่นอนต้องประเมินรายบ่อตามหน้างานจริง

ทีมช่างเจาะบาดาลภาคเหนือของเรารับดูหน้างานฟรี ทั้งเจาะบ่อใหม่พร้อมเลือกปั๊มให้จบในงานเดียว หรือบ่อเก่าที่อยากเปลี่ยนปั๊มให้เหมาะขึ้น ทักมาคุยกันทาง LINE ได้เลย ส่งรายละเอียดพื้นที่ ลักษณะการใช้น้ำ แล้วนัดวันให้ช่างเข้าไปสำรวจหน้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ประเมินตรงไปตรงมาตามสภาพบ่อจริง

ขอสำรวจหน้างานฟรี — ทัก LINE ได้เลย

แจ้งรายละเอียดสั้น ๆ ทาง LINE ทีมงานตอบไว นัดช่างเข้าสำรวจหน้างานให้ฟรี

ทัก LINE ขอสำรวจฟรี

สำรวจหน้างานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย · ช่างมีหนังสือรับรองจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถูกต้องตามกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

ปั๊มซับเมอร์สกับปั๊มหอยโข่งต่างกันยังไง ใช้แทนกันได้ไหม

ปั๊มซับเมอร์สจุ่มอยู่ใต้น้ำในบ่อแล้วดันน้ำขึ้นมา ส่วนปั๊มหอยโข่งตั้งบนดินแล้วดูดน้ำขึ้น ซึ่งดูดได้ลึกจำกัดไม่กี่เมตร บ่อบาดาลที่ระดับน้ำลึกอย่างในภาคเหนือส่วนใหญ่จึงต้องใช้ปั๊มซับเมอร์สเท่านั้น ใช้ปั๊มหอยโข่งแทนไม่ได้

บ่อบาดาลลึก 50 เมตร ต้องใช้ปั๊มกี่แรงม้า

ตอบตายตัวไม่ได้ เพราะต้องดูระดับน้ำขณะสูบจริง (ไม่ใช่ความลึกบ่อ) บวกกับปริมาณน้ำที่ต้องใช้และระยะท่อส่ง บ่อลึกเท่ากันแต่ระดับน้ำต่างกัน ใช้ปั๊มคนละขนาดได้เลย วิธีที่ชัวร์คือให้ช่างคำนวณจากผลทดสอบบ่อของเราโดยตรง ทัก LINE ส่งข้อมูลบ่อมาให้ช่างช่วยดูได้

ปั๊มบาดาลทำงานแล้วน้ำไม่ขึ้น หรือน้ำอ่อนลงกว่าเดิม เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือระดับน้ำในบ่อลดต่ำลง (โดยเฉพาะหน้าแล้ง) ปั๊มเล็กเกินไปสำหรับเฮดรวม ตะแกรงกรองหรือใบพัดอุดตันจากตะกอน หรือระบบไฟมีปัญหา ควรหยุดใช้งานแล้วให้ช่างตรวจก่อนที่มอเตอร์จะเสียหายหนักกว่าเดิม

หน้าแล้งภาคเหนือน้ำบาดาลลด ต้องเปลี่ยนปั๊มไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าติดตั้งปั๊มไว้ลึกพอและมีระบบตัดการทำงานเมื่อน้ำแห้ง ปั๊มเดิมมักผ่านหน้าแล้งได้ แต่ถ้าน้ำไม่พอใช้ทุกปี อาจต้องหย่อนปั๊มให้ลึกขึ้น ปรับรอบการสูบ หรือประเมินบ่อใหม่ ให้ช่างเข้าไปดูหน้างานก่อนตัดสินใจจะคุ้มที่สุด