เจาะบาดาลสวนลำไย น้ำไม่พอรด ต้องเจาะบ่อขนาดไหน
เจาะบาดาลสวนลำไยต้องเลือกขนาดบ่อให้เหมาะกับพื้นที่ปลูกจริง ไม่ใช่เจาะตามความเคยชินหรือเจาะตามบ่อบ้านข้างเคียง เพราะสวนลำไยแต่ละแปลงในเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา มีทั้งขนาดพื้นที่ ชั้นดิน และช่วงเวลาที่ต้องการน้ำไม่เหมือนกัน ถ้าเจาะเล็กไปน้ำจะไม่พอรดในหน้าแล้ง ถ้าเจาะเผื่อเกินจำเป็นก็เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
ทำไมสวนลำไยถึง "น้ำไม่พอ" ทั้งที่มีบ่อบาดาลอยู่แล้ว
หลายสวนในภาคเหนือมีบ่อบาดาลอยู่แล้วแต่ยังรดน้ำไม่พอ สาเหตุหลักมักไม่ใช่เรื่องฝีมือช่าง แต่เป็นเรื่อง ขนาดบ่อไม่สัมพันธ์กับพื้นที่สวนและช่วงเวลาที่ต้องใช้น้ำเยอะ โดยเฉพาะช่วงก่อนออกดอกและติดผลที่ลำไยต้องการน้ำสม่ำเสมอ ถ้าบ่อเดิมเจาะไว้ตอนสวนยังเล็ก แล้วขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มโดยไม่ได้ประเมินน้ำใหม่ ก็จะเจอปัญหาน้ำไม่พอทันทีที่ต้นโตขึ้น
- สวนขยายพื้นที่แต่ยังใช้บ่อเดิม
- ช่วงหน้าแล้งระดับน้ำใต้ดินลดลง ทำให้ปริมาณน้ำที่สูบได้น้อยลงกว่าที่คาดไว้
- เลือกปั๊มไม่สัมพันธ์กับปริมาณน้ำในบ่อ ทำให้สูบได้ไม่เต็มศักยภาพ
เจาะบาดาลสวนลำไยต้องดูอะไรก่อนกำหนดขนาดบ่อ
ก่อนจะบอกได้ว่าต้องเจาะบ่อขนาดไหน ช่างต้องสำรวจหน้างานจริงก่อน เพราะปัจจัยที่กำหนดขนาดบ่อบาดาลการเกษตรมีหลายอย่าง
- ขนาดพื้นที่สวนลำไย ยิ่งพื้นที่กว้าง ยิ่งต้องการปริมาณน้ำต่อวันมากขึ้น
- ระบบให้น้ำที่ใช้ สปริงเกลอร์ มินิสปริงเกลอร์ หรือน้ำหยด แต่ละแบบใช้ปริมาณน้ำต่างกัน
- ชั้นดินและชั้นหินในพื้นที่ แต่ละอำเภอในเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา มีชั้นน้ำบาดาลลึกไม่เท่ากัน บางจุดเจอชั้นน้ำตื้น บางจุดต้องเจาะลึกกว่าจะเจอน้ำที่ให้ปริมาณสม่ำเสมอ
- ช่วงเวลาที่ต้องใช้น้ำหนักสุด คือช่วงก่อนออกดอกถึงติดผล และช่วงหน้าแล้งที่ฝนทิ้งช่วงนาน
ข้อมูลเหล่านี้ต้องดูจากหน้างานจริง ไม่สามารถกะประมาณจากระยะไกลได้ เพราะแม้อยู่ในตำบลเดียวกัน ชั้นน้ำบาดาลก็อาจต่างกันได้
บ่อบาดาลการเกษตรสำหรับสวนลำไย ต่างจากบ่อบ้านยังไง
บ่อบาดาลที่เจาะไว้ใช้ในบ้านกับบ่อที่เจาะไว้รดสวนลำไยมีเป้าหมายต่างกันชัดเจน บ่อบ้านเน้นน้ำใช้ในครัวเรือนซึ่งปริมาณค่อนข้างคงที่ต่อวัน แต่บ่อบาดาลการเกษตรต้องรองรับการสูบน้ำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานในแต่ละรอบการรด โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งที่ต้องรดถี่ขึ้น
- ต้องเลือกจุดเจาะที่ให้ปริมาณน้ำสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่เจอน้ำแล้วจบ
- ท่อกรุบ่อและขนาดบ่อต้องรองรับการสูบต่อเนื่องได้โดยไม่ทำให้ระดับน้ำในบ่อลดฮวบเร็วเกินไป
- ถ้าพื้นที่สวนใหญ่มาก บางกรณีต้องพิจารณาเจาะมากกว่า 1 บ่อ แทนที่จะเจาะบ่อเดียวขนาดใหญ่เกินไป เพื่อกระจายจุดสูบน้ำให้ทั่วสวน
เจาะบาดาลรดสวนช่วงไหนของปีเหมาะที่สุด
สวนลำไยในภาคเหนือมักเจอปัญหาน้ำไม่พอหนักสุดช่วงหน้าแล้ง เดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ลำไยต้องการน้ำมากสำหรับออกดอกและติดผล ถ้ารอให้ถึงหน้าแล้งแล้วค่อยเจาะบ่อ อาจไม่ทันใช้งานในรอบผลผลิตนั้น
ช่วงที่เหมาะสำหรับวางแผนเจาะบาดาลสวนลำไยคือ ก่อนเข้าหน้าแล้ง คือช่วงปลายฝนต่อต้นหนาว เพราะดินยังไม่แข็งจนเกินไป เครื่องเจาะเข้าพื้นที่ได้สะดวก และบ่อจะพร้อมใช้งานทันช่วงที่สวนต้องการน้ำมากที่สุดพอดี
ค่าใช้จ่ายเจาะบาดาลสวนลำไย ประเมินยังไง
ค่าใช้จ่ายในการเจาะบาดาลสวนลำไยแต่ละแปลงไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับความลึกที่ต้องเจาะจนเจอชั้นน้ำที่ให้ปริมาณเพียงพอ ขนาดท่อกรุบ่อ และสภาพชั้นดินชั้นหินของแต่ละพื้นที่ ตามข้อมูลอ้างอิงจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ค่าใช้จ่ายเจาะบ่อบาดาลโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 40,000–120,000 บาทต่อบ่อ ซึ่งเป็นช่วงกว้างเพราะแต่ละหน้างานไม่เหมือนกัน
สำหรับสวนลำไยที่ต้องการปริมาณน้ำมากหรือพื้นที่กว้าง ควรให้ช่างลงพื้นที่ประเมินจริงก่อน เพื่อบอกได้ว่าเหมาะกับบ่อขนาดไหน ความลึกเท่าไหร่ และควรเจาะกี่บ่อ จะได้ไม่เจาะเผื่อเกินความจำเป็นหรือเจาะน้อยไปจนน้ำไม่พอใช้
อยากรู้ว่าสวนของคุณต้องเจาะบ่อขนาดไหน ทักไลน์คุยกับช่างได้เลย
ถ้าน้ำในสวนลำไยไม่พอรดทุกปี หรือกำลังวางแผนเจาะบ่อใหม่ก่อนเข้าหน้าแล้งรอบหน้า ทางที่ดีที่สุดคือให้ช่างเจาะบาดาลภาคเหนือลงพื้นที่ดูสภาพดินและขนาดสวนจริง จะได้ประเมินขนาดบ่อและตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดให้ ไม่ต้องเดาเอง
ทักไลน์เข้ามาได้เลย ขอสำรวจหน้างานฟรี ทีมงานพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา พร้อมให้คำแนะนำตรงจุด เหมาะกับสวนลำไยของคุณจริง ๆ
อ่านต่อและพื้นที่ให้บริการ
ราคาเจาะน้ำบาดาล · เจาะน้ำบาดาลเชียงใหม่ · เจาะน้ำบาดาลเชียงราย · เจาะน้ำบาดาลพะเยา · เจาะบาดาลเพื่อการเกษตร · เจาะบาดาลบ้านพักอาศัย · เจาะบาดาลโรงงาน/อุตสาหกรรม