ค่าไฟปั๊มบาดาลเดือนละเท่าไหร่ ประหยัดยังไงได้บ้าง
ค่าไฟปั๊มบาดาลของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับขนาดปั๊ม ความลึกของบ่อ และพฤติกรรมการใช้น้ำเป็นหลัก บ้านที่ใช้ปั๊มเล็กสูบน้ำใช้ในบ้านทั่วไปอาจจ่ายไม่กี่สิบบาทต่อเดือน แต่ถ้าเป็นสวนลำไยหรือสวนผลไม้ที่ต้องรดน้ำทุกวันในหน้าแล้ง ค่าไฟก็จะสูงขึ้นตามชั่วโมงการทำงานของปั๊ม
อะไรบ้างที่เป็นตัวกำหนดค่าไฟปั๊มบาดาล
ค่าไฟปั๊มบาดาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ว่าใช้ปั๊มยี่ห้อไหน แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้บ้านแต่ละหลังจ่ายไม่เท่ากัน
- ขนาดมอเตอร์ปั๊ม ยิ่งแรงม้าสูง ยิ่งกินไฟต่อชั่วโมงมากขึ้น
- ความลึกของบ่อและระดับน้ำ บ่อลึกหรือระดับน้ำอยู่ลึกมาก ปั๊มต้องออกแรงดันมากขึ้น กินไฟมากขึ้นตามไปด้วย
- ชั่วโมงการทำงานของปั๊มต่อวัน บ้านพักอาศัยใช้น้อยชั่วโมง ส่วนสวนเกษตรที่รดน้ำหลายรอบต่อวันจะกินไฟมากกว่าเห็นได้ชัด
- สภาพชั้นหินและชั้นดินในพื้นที่ พื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา มีทั้งโซนที่เป็นชั้นดินร่วนให้น้ำง่าย และโซนที่เป็นชั้นหินแข็งต้องเจาะลึกกว่าปกติ ซึ่งส่งผลต่อระยะทางที่ปั๊มต้องดันน้ำขึ้นมาด้วย
ถ้าอยากรู้ว่าปั๊มที่ใช้อยู่เหมาะกับสภาพบ่อของตัวเองหรือเปล่า ทักไลน์คุยกับช่างได้เลย ช่วยประเมินให้ตามหน้างานจริง
ปั๊มแบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน
ปั๊มบาดาลที่ใช้กันในภาคเหนือหลัก ๆ มีสองแบบ คือปั๊มซับเมิร์สที่หย่อนลงไปในบ่อ กับปั๊มบนดินที่ตั้งอยู่ปากบ่อ ทั้งสองแบบมีจุดเด่นต่างกัน
- ปั๊มซับเมิร์ส เหมาะกับบ่อลึก ดันน้ำขึ้นมาได้แรงกว่า และมักประหยัดไฟกว่าเมื่อระดับน้ำอยู่ลึก เพราะไม่ต้องดูดน้ำขึ้นมาจากที่สูง
- ปั๊มบนดิน เหมาะกับบ่อตื้นหรือระดับน้ำไม่ลึกมาก ราคาซ่อมบำรุงถูกกว่าเพราะไม่ต้องดึงขึ้นมาจากบ่อ
สิ่งสำคัญคือเลือกขนาดปั๊มให้พอดีกับปริมาณน้ำที่ใช้จริง ไม่ใช่เลือกใหญ่ไว้ก่อนเพราะคิดว่าแรงดี เพราะปั๊มที่ใหญ่เกินความจำเป็นจะกินไฟเกินตัวโดยไม่จำเป็น ตรงนี้ช่างที่มาสำรวจหน้างานจะช่วยแนะนำขนาดที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละบ้านหรือสวนได้
วิธีประหยัดค่าไฟปั๊มน้ำที่ทำได้จริง
ไม่ต้องเปลี่ยนปั๊มใหม่ทั้งระบบก็ลดค่าไฟได้ ด้วยวิธีง่าย ๆ เหล่านี้
- ติดตั้งถังเก็บน้ำสำรอง ให้ปั๊มทำงานเป็นรอบแทนที่จะทำงานตลอดเวลา ลดชั่วโมงการทำงานของมอเตอร์ลงได้มาก
- ติดสวิตช์ลูกลอยหรือระบบตัดต่ออัตโนมัติ กันปั๊มทำงานเปล่าเมื่อน้ำเต็มถังแล้ว
- รดน้ำสวนช่วงเช้าหรือเย็น แทนช่วงกลางวันที่แดดจัด น้ำระเหยเร็ว ต้องรดซ้ำบ่อยขึ้น เปลืองทั้งน้ำและไฟ
- เช็คท่อและข้อต่อไม่ให้รั่วซึม เพราะน้ำรั่วทำให้ปั๊มต้องทำงานนานขึ้นโดยไม่จำเป็น
- ตรวจสอบสภาพปั๊มตามรอบ มอเตอร์ที่เก่าหรือสึกหรอจะกินไฟมากกว่าปกติ ถ้าค่าไฟเดือนไหนพุ่งขึ้นผิดปกติ อาจถึงเวลาต้องตรวจเช็ค
บ่อสำหรับบ้านพักอาศัยกับบ่อสำหรับสวนเกษตร ค่าไฟต่างกันแค่ไหน
บ้านพักอาศัยทั่วไปในเชียงใหม่หรือเชียงรายที่ใช้น้ำบาดาลรดต้นไม้ ล้างรถ หรือใช้เสริมกับน้ำประปา มักเปิดปั๊มไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ค่าไฟจึงอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก
ส่วนสวนลำไย สวนลิ้นจี่ หรือแปลงเกษตรที่ต้องรดน้ำต่อเนื่องในหน้าแล้งของภาคเหนือ ซึ่งอากาศแห้งและร้อนจัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ปั๊มจะทำงานหนักและนานกว่าปกติมาก ค่าไฟในช่วงนี้จึงสูงกว่าฤดูฝนอย่างชัดเจน เกษตรกรหลายรายจึงเลือกวางระบบท่อและถังพักน้ำให้ดีตั้งแต่แรก เพื่อให้ปั๊มไม่ต้องทำงานเกินความจำเป็นตลอดฤดูแล้ง
ลงทุนเจาะบ่อใหม่ คุ้มค่าไฟระยะยาวไหม
บางบ้านที่ใช้น้ำประปาหรือรถน้ำมาตลอดแล้วเปลี่ยนมาใช้น้ำบาดาล มักพบว่าค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือนถูกลงในระยะยาว เพราะจ่ายแค่ค่าไฟปั๊มเป็นหลัก ไม่ต้องซื้อน้ำเป็นรอบ ๆ
ค่าใช้จ่ายในการเจาะบ่อบาดาลอยู่ในช่วงประมาณ 40,000–120,000 บาทต่อบ่อ ขึ้นอยู่กับความลึก สภาพชั้นดินชั้นหินของแต่ละพื้นที่ และขนาดปั๊มที่เลือกใช้ ซึ่งแต่ละพื้นที่ในเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา มีสภาพชั้นดินไม่เหมือนกัน จึงต้องประเมินรายบ่อตามหน้างานจริงถึงจะบอกตัวเลขที่แน่นอนได้
ถ้าสนใจอยากรู้ว่าพื้นที่ของตัวเองเหมาะกับการเจาะบ่อขนาดไหน ปั๊มแบบไหนจะประหยัดไฟที่สุด ทักไลน์มาคุยกับช่างได้เลย ให้ช่างลงพื้นที่สำรวจฟรีก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อและพื้นที่ให้บริการ
ราคาเจาะน้ำบาดาล · เจาะน้ำบาดาลเชียงใหม่ · เจาะน้ำบาดาลเชียงราย · เจาะน้ำบาดาลพะเยา · เจาะบาดาลเพื่อการเกษตร · เจาะบาดาลบ้านพักอาศัย · เจาะบาดาลโรงงาน/อุตสาหกรรม